หมอเจด เตือน! อ้วนไมม่ได้แค่พุงใหญ่ แต่อาจโยง มะเร็ง


หมอเจด เตือน! อ้วนไมม่ได้แค่พุงใหญ่ แต่อาจโยง มะเร็ง

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ "หมอเจด เผยเรื่องราวความรู้ ว่า หลายคนพอพูดถึงยาฉีดลดน้ำหนัก ก็จะคิดแค่ว่า "อ๋อ ยาที่ทำให้ผอม" หรือ "ยาที่ดาราใช้ลดน้ำหนักกัน" แต่ล่าสุดมีข้อมูลที่น่าสนใจครับ คนที่มีโรคอ้วนแล้วใช้ยากลุ่มนี้ กลับพบว่าความเสี่ยงมะเร็งโดยรวมต่ำกว่าคนที่ไม่ได้ใช้ โดยเฉพาะมะเร็งผิวหนัง
ฟังดูเหมือนเรื่องไกลตัวนะครับ แต่จริง ๆ มันกำลังบอกเราว่า ความอ้วนไม่ได้จบแค่พุง ไม่ได้จบแค่ใส่เสื้อแน่น และไม่ได้จบแค่น้ำตาลสูง แต่มันอาจไปไกลกว่านั้นมาก ผมไม่ได้จะบอกว่า "ฉีดยาแล้วกันมะเร็งได้" นะครับ อันนั้นเกินไป แต่เรื่องนี้ทำให้เราต้องกลับมามองความอ้วนจริงจังกว่าเดิมครับ

1. เรื่องนี้มันน่าสนใจยังไง?
ปกติเรารู้กันว่ายากลุ่ม GLP-1 หรือ GLP-1/GIP ช่วยเรื่องน้ำหนัก ช่วยให้อิ่มไว กินน้อยลง น้ำตาลดีขึ้น แต่ข้อมูลนี้เริ่มชี้ว่า คนอ้วนที่ใช้ยากลุ่มนี้ อาจมีความเสี่ยงมะเร็งโดยรวมต่ำลงด้วยครับ ประเด็นมันไม่ได้อยู่แค่ว่า "ยาเก่งจัง" แต่ประเด็นคือ ถ้าเราจัดการความอ้วนได้ดี ร่างกายข้างในอาจดีขึ้นกว่าที่เราคิด ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนตาชั่งลดลงครับ

2. ความอ้วนไม่ได้อยู่เฉย ๆ นะครับ
หลายคนคิดว่าไขมันก็แค่อยู่ตรงพุง อยู่ตรงเอว อยู่ตรงต้นแขน แค่นั้นเอง แต่จริง ๆ ไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง มันเหมือนโรงงานเล็ก ๆ ที่ปล่อยสารอักเสบออกมาตลอดเวลา ทำให้ร่างกายดื้ออินซูลิน น้ำตาลแกว่ง ไขมันพอกตับ ฮอร์โมนรวน และภูมิคุ้มกันทำงานเพี้ยน พูดง่าย ๆ คือข้างนอกอาจดูแค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย แต่ข้างในร่างกายอาจกำลังเหนื่อยอยู่ทุกวันครับ


3. แล้วมันไปเกี่ยวกับมะเร็งได้ยังไง?
มะเร็งไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวครับ ไม่ใช่ว่าอ้วนแล้วต้องเป็นมะเร็ง แบบนั้นก็พูดแรงเกินไป แต่ร่างกายที่อักเสบเรื้อรัง ดื้ออินซูลิน น้ำตาลสูง ๆ ต่ำ ๆ ฮอร์โมนรวน และภูมิคุ้มกันไม่ค่อยนิ่ง มันอาจทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่เสี่ยงโรคมากขึ้น เหมือนบ้านที่มีไฟช็อตเล็ก ๆ ทุกวัน วันแรกอาจยังไม่เป็นไร แต่ปล่อยนาน ๆ ใครจะไปรู้ว่าวันไหนมันจะลามครับ

4. ยากลุ่มนี้ช่วยอะไร?
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ยากลุ่มนี้ช่วยให้หิวน้อยลง อิ่มเร็วขึ้น กินได้น้อยลง น้ำหนักลดลง และช่วยให้ร่างกายจัดการน้ำตาลดีขึ้น พอน้ำหนักลด ไขมันลด อินซูลินดีขึ้น การอักเสบในร่างกายลดลง ร่างกายก็เหมือนเบาภาระลงครับ ตรงนี้แหละที่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ใช้ยากลุ่มนี้ ถึงดูมีความเสี่ยงมะเร็งบางอย่างลดลงในงานวิจัย

5. แต่ต้องพูดให้ชัด ยานี้ไม่ใช่ยากันมะเร็ง
อันนี้สำคัญมากครับ ใครอ่านถึงตรงนี้แล้วคิดว่า "งั้นไปฉีดไว้ก่อน จะได้ไม่เป็นมะเร็ง" หยุดก่อนครับ อย่าเพิ่งพุ่ง ยากลุ่มนี้ไม่ได้ถูกใช้เป็นยากันมะเร็ง และงานวิจัยก็ไม่ได้บอกว่าฉีดแล้วไม่เป็นมะเร็งแน่นอน มันบอกแค่ว่าในกลุ่มคนอ้วนที่ใช้ยา พบความเสี่ยงมะเร็งโดยรวมต่ำกว่าอีกกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเองครับ


6 . ไม่ได้ลดมะเร็งทุกชนิดด้วย
ข้อมูลนี้พบว่าความเสี่ยงมะเร็งโดยรวมลดลง และมะเร็งผิวหนังลดลง แต่พอมาดูบางกลุ่ม เช่น มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งตับกับทางเดินน้ำดี ยังไม่เห็นว่าลดชัดเจน เพราะฉะนั้นอย่าไปสรุปเองว่า "ยาเดียวลดได้ทุกมะเร็ง" แบบนั้นไม่ใช่ครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นสุขภาพดีในจินตนาการ แต่ร่างกายจริงยังพังอยู่

 7. สิ่งที่ผมอยากให้คนไทยเข้าใจ
เรื่องนี้ไม่ได้จะบอกให้ทุกคนไปหายาฉีดนะครับ แต่ผมอยากให้เลิกมองความอ้วนเป็นแค่เรื่องรูปร่าง หลายคนพุงมา น้ำหนักขึ้น น้ำตาลเริ่มสูง ไขมันเริ่มแย่ ตับเริ่มมีไขมัน แต่ยังพูดว่า "ไม่เป็นไรหรอก ยังเดินได้ ยังทำงานได้" ใช่ครับ วันนี้ยังไหว แต่ร่างกายบางทีมันไม่ได้ร้องเสียงดังตั้งแต่วันแรก มันค่อย ๆ พังแบบสุภาพมาก สุภาพจนเราชะล่าใจนี่แหละครับ

8. แล้วใครบ้างที่ควรคุยกับหมอเรื่องนี้?
คนที่น้ำหนักเกินมาก พุงเยอะ ลดเองหลายครั้งแล้วไม่ลง มีเบาหวาน น้ำตาลเริ่มสูง ไขมันพอกตับ ความดัน ไขมันสูง หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน กลุ่มนี้ควรคุยกับหมอครับ ไม่ใช่เพราะทุกคนต้องใช้ยา แต่เพราะควรมีแผนจัดการน้ำหนักแบบจริงจัง บางคนเริ่มจากอาหารและออกกำลังกายก็พอ บางคนอาจต้องใช้ยาเสริม แต่ต้องประเมินเป็นรายคน ไม่ใช่เอาตัวเองไปเทียบกับคนใน TikTok ครับ

9.ห้ามซื้อยาฉีดเองเด็ดขาด
ยากลุ่มนี้มีประโยชน์จริงในคนที่เหมาะสม แต่ก็มีผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก กินได้น้อยเกิน กล้ามเนื้อลด นิ่วในถุงน้ำดี หรือขาดสารอาหารได้ ที่น่ากลัวกว่าคือยาปลอม ยาหิ้ว ยาไม่มีที่มา อันนี้ไม่ได้เรียกว่าดูแลสุขภาพนะครับ เรียกว่าเอาร่างกายไปเสี่ยงฟรี ๆ อยากลดโรค แต่ถ้าเริ่มจากยาปลอม นี่ไม่ใช่ลดเสี่ยงแล้วครับ นี่เพิ่มเสี่ยงเองเลย

แต่ไม่ว่าจะใช้ยาหรือไม่ใช้ยา สิ่งที่ยังต้องทำคือ
• ลดน้ำหวาน แป้งขัดขาว และของทอด เพราะเป็นตัวกระตุ้นน้ำหนัก ไขมันพอกตับ และดื้ออินซูลิน
• กินโปรตีนให้พอ โดยเฉพาะช่วงลดน้ำหนัก เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อหาย
• เพิ่มผัก ไฟเบอร์ และอาหารจริง ลดอาหารแปรรูป
• ออกกำลังกายทั้งเวทและเดิน เพราะลดไขมันอย่างเดียวไม่พอ ต้องรักษากล้ามเนื้อด้วย
• ตรวจสุขภาพและคัดกรองมะเร็งตามวัย เช่น ลำไส้ เต้านม ปากมดลูก ตับ ในคนที่มีความเสี่ยง
จริง ๆ ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกว่ายาฉีดลดน้ำหนักเป็นยากันมะเร็งนะ แต่ทำให้เราเห็นว่า การจัดการโรคอ้วนสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะไขมันส่วนเกินไม่ได้แค่อยู่ให้รำคาญตา แต่มันอาจทำให้ร่างกายอักเสบ ดื้ออินซูลิน และเพิ่มความเสี่ยงโรคใหญ่ ๆ ในระยะยาวได้ ใครน้ำหนักเกินมากหรือมีโรคร่วม ควรคุยกับหมอเพื่อหาวิธีที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ใช่หายาฉีดเองนะครับ ส่วนใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ


เครดิตแหล่งข้อมูล : หมอเจด




เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์