ต่อมทอนซิลอักเสบมีอาการเบื้องต้นอย่างไร ต้องกินยาไหม ?


ต่อมทอนซิลอักเสบมีอาการเบื้องต้นอย่างไร ต้องกินยาไหม ?


    อาการเจ็บคอเป็นปัญหาสุขภาพพื้นฐานที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เมื่อใดที่อาการเจ็บนั้นรุนแรงจนกลืนน้ำลายก็แทบไม่ไหว หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรติดอยู่ในคออยู่ตลอดเวลา นี่อาจไม่ใช่หวัดธรรมดาแต่เป็นสัญญาณเตือนของโรคต่อมทอนซิลอักเสบ อาการเริ่มต้นมักจะสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมากเนื่องจากต่อมทอนซิลซึ่งเป็นด่านหน้าในการดักจับเชื้อโรคบริเวณลำคอเกิดการติดเชื้อและบวมโตการสังเกตความเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทันและเข้าใจกลไกของโรคจะช่วยให้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง ไม่ปล่อยให้อาการลุกลามจนกลายเป็นหนองหรือส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจในระยะยาว



ต่อมทอนซิลอักเสบมีอาการเบื้องต้นอย่างไร ต้องกินยาไหม ?


ความเจ็บปวดที่รุนแรงเฉียบพลันยามกลืนอาหาร
สัญญาณแรกเริ่มที่เด่นชัดที่สุดของภาวะต่อมทอนซิลอักเสบ คืออาการเจ็บคอจะมีความแตกต่างจากการระคายคอทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ความเจ็บปวดจะทวีคูณทุกครั้งที่มีการขยับกลืนน้ำลาย น้ำ หรืออาหาร ส่งผลให้ผู้ป่วยเริ่มไม่อยากรับประทานอาหารเนื่องจากความทรมาน ในบางรายอาจมีอาการเจ็บร้าวลามไปถึงบริเวณหูเนื่องจากมีเส้นประสาทเชื่อมต่อกัน การสังเกตความรุนแรงของความเจ็บปวดในลักษณะนี้คือกุญแจสำคัญที่บ่งบอกว่าควรรีบส่องกระจกตรวจเช็กช่องปากและลำคอได้แล้ว

เนื้อเยื่อลำคอเปลี่ยนสีและบวมโตอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในช่องปาก จะพบร่องรอยของความผิดปกติทางกายภาพอย่างชัดเจน โดยต่อมทอนซิลอักเสบจะมีอาการบวมแดงของก้อนเนื้อทอนซิลทั้งสองข้างลำคอจะเห็นได้อย่างชัดเจน ในระยะที่เริ่มรุนแรงขึ้นอาจพบจุดหนองสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนกระจายตัวอยู่บนผิวของต่อมทอนซิล ซึ่งเนื้อเยื่อที่เปลี่ยนสีไปนี้คือผลลัพธ์ของสงครามระหว่างเม็ดเลือดขาวและเชื้อโรค การเห็นภาพความเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยยืนยันได้ทันทีว่าร่างกายกำลังต้องการการพักผ่อนและการดูแลที่ตรงจุด

ไข้ขึ้นสูงเฉียบพลันพร้อมอาการหนาวสั่นสะท้าน

ปฏิกิริยาตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเมื่อเกิดภาวะต่อมทอนซิลอักเสบ อาการหลักๆ มักจะมาพร้อมกับไข้ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางรายอาจมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ควบคู่ไปกับอาการหนาวสั่น ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว และต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้ขากรรไกรหรือลำคอมีอาการบวมโตและเจ็บเมื่อกดลงไป อาการองค์รวมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของความอ่อนเพลียธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงว่าร่างกายกำลังเผชิญกับการอักเสบในระบบทางเดินหายใจส่วนบนอย่างรุนแรง

กลิ่นปากที่ผิดปกติและเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ผลกระทบข้างเคียงที่สร้างความอึดอัดใจคือการเกิดกลิ่นปากที่รุนแรงกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเศษเซลล์ที่ตายแล้วบริเวณร่องทอนซิล นอกจากนี้ขนาดของต่อมที่บวมโตจนไปขัดขวางทางเดินเสียงและลมหายใจ จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีเสียงที่เปลี่ยนไป มีลักษณะอู้อี้เหมือนมีของร้อนอยู่ในปาก หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Hot Potato Voice การเปลี่ยนแปลงของโทนเสียงและกลิ่นปากเป็นสิ่งบ่งชี้ชั้นดีว่ากลไกภายในลำคอกำลังทำงานผิดปกติ

ต้องกินยาไหม?

คำถามที่ว่าต้องกินยาไหมเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะต่อมทอนซิลอักเสบ อาการที่เกิดขึ้นสามารถมาจากทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย หากเกิดจากเชื้อไวรัส การกินยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อจะเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา การรักษาที่ถูกต้องคือการทานยาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด และการกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ แต่หากตรวจพบว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียจากการมีจุดหนองขาวและไข้สูง การทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามแพทย์สั่งจึงจะเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดเพื่อขจัดเชื้อให้หมดสิ้น

การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของภาวะต่อมทอนซิลอักเสบ อาการบวมแดง เจ็บคอเฉียบพลัน และไข้สูง คือก้าวสำคัญที่ช่วยให้แยกแยะโรคได้อย่างถูกต้อง การตัดสินใจเรื่องการทานยาไม่ควรซื้อยามารับประทานเองตามใจชอบ แต่ควรให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ประเมินต้นตอของเชื้อโรค การใส่ใจดูแลสุขอนามัยในช่องปาก การดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่มากพอ และการพักผ่อนอย่างเต็มที่ในวันที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือน คือหนทางที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาแข็งแรงและพร้อมปกป้องร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้งในระยะยาวแน่นอน


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์