: รู้ลึกก่อนป่วย ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B ต่างกันอย่างไร ?


: รู้ลึกก่อนป่วย ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B ต่างกันอย่างไร ?


เมื่อมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย และไอเจ็บคอ สิ่งแรกที่หลายคนสงสัยคืออาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา หรือเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B ที่มีความรุนแรงกว่า การทำความเข้าใจความแตกต่างของโรคนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการรับมือและการป้องกันอาจไม่เหมือนกัน บทความนี้จะเจาะลึกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B ต่างกันอย่างไร ? ทั้งในแง่ของอาการ รูปแบบการระบาด และความเสี่ยงต่อสุขภาพ

1. ความแตกต่างด้านโครงสร้างและการกลายพันธุ์

ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B ต่างกันอย่างไร อยู่ที่โครงสร้างทางพันธุกรรม

    • สายพันธุ์ A :เป็นสายพันธุ์ที่มีความหลากหลายสูงและสามารถแบ่งย่อยได้อีกหลายชนิด (เช่น H1N1, H3N2) จุดเด่นของสายพันธุ์ A คือความสามารถในการกลายพันธุ์อย่างรวดเร็วและสามารถแพร่จากสัตว์สู่คนได้ ทำให้เป็นสายพันธุ์เดียวที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดโรคระบาดใหญ่ (Pandemic) ทั่วโลก

    • สายพันธุ์ B :มีความคงที่ทางพันธุกรรมมากกว่า ไม่มีการแบ่งย่อยมากนัก และมักแพร่ระบาดเฉพาะในมนุษย์เท่านั้น ทำให้ความรุนแรงและรูปแบบการระบาดจำกัดอยู่ในวงแคบกว่า

2. ความรุนแรงของอาการและกลุ่มเสี่ยง

แม้ว่าอาการเริ่มต้นของทั้งสองสายพันธุ์จะคล้ายกัน เช่น มีไข้สูง ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย) แต่เมื่อถามว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B ต่างกันอย่างไร ในแง่ของความรุนแรง ก็สามารถสังเกตได้ดังนี้

   • สายพันธุ์ A :มักมีอาการที่รุนแรงกว่า และส่งผลกระทบต่อกลุ่มเสี่ยงที่หลากหลายกว่า ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว การติดเชื้อสายพันธุ์ A มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

   • สายพันธุ์ B :อาการโดยทั่วไปอาจมีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ A แต่ก็ยังสามารถก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนในกลุ่มเสี่ยงได้ ที่สำคัญคือ สายพันธุ์ B มักพบการระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชนมากกว่า ทำให้เกิดการแพร่เชื้อในโรงเรียนและชุมชนได้ง่าย

3. รูปแบบการระบาดและผลกระทบต่อประชากร

ความแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างที่บ่งบอกว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B ต่างกันอย่างไร ? คือรูปแบบการระบาดในวงกว้าง

   • สายพันธุ์ A :เป็นสายพันธุ์ที่รับผิดชอบการระบาดตามฤดูกาลที่รุนแรงที่สุด และเป็นสาเหตุของโรคระบาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประชากรโลกมาแล้วหลายครั้ง ด้วยความสามารถในการกลายพันธุ์ที่รวดเร็ว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ไม่สามารถจดจำได้

   • สายพันธุ์ B :การระบาดมักจำกัดอยู่ในพื้นที่เฉพาะและมีรูปแบบการระบาดที่ไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์ A

การทำความเข้าใจว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B ต่างกันอย่างไร ? จึงช่วยให้เราตระหนักถึงความจำเป็นในการป้องกันอย่างสม่ำเสมอ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สี่สายพันธุ์ ซึ่งครอบคลุมทั้งสายพันธุ์ A และ B ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์