ตื่นมาแขนชาอย่าคิดว่านอนทับ! หมอเจดเตือน ภัยเงียบตอนหลับ


ตื่นมาแขนชาอย่าคิดว่านอนทับ! หมอเจดเตือน ภัยเงียบตอนหลับ


ตื่นมาแขนชาอย่าคิดว่านอนทับ! หมอเจดเตือน "Wake-up stroke" สโตรกเกิดตอนหลับ รู้ตัวอีกทีอาจสาย

หลายคนอาจคิดว่าแค่ตื่นมาแล้วแขนชา แขนอ่อนแรง น่าจะเป็นเพราะนอนทับแขน แต่ "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ออกมาเตือนว่า อาการลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณของ Wake-up stroke หรือภาวะสโตรกที่เกิดขึ้นระหว่างหลับ ซึ่งเป็นภัยเงียบที่เจ้าตัวไม่รู้ว่าเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

โดยหมอเจดอธิบายว่า สโตรกสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในช่วงที่เรากำลังนอนหลับ เพราะหัวใจยังเต้น เลือดยังไหล และกระบวนการเกิดลิ่มเลือดหรือความผิดปกติของหลอดเลือดยังคงเกิดขึ้นได้ตามปกติ

บางคนอาจเข้านอนโดยยังพูดคุย เดิน และใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่เมื่อตื่นเช้ากลับพบว่าตัวเองยกแขนข้างหนึ่งไม่ขึ้น เดินเซ พูดไม่ชัด มุมปากตก หรือมีปัญหาด้านการมองเห็น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของสโตรกที่เกิดขึ้นระหว่างหลับ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะ Atrial Fibrillation (AF) ซึ่งอาจทำให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจและหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสมองได้ ขณะที่ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ก็เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน

หมอเจดยังย้ำถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับว่า ไม่ใช่แค่ทำให้ตื่นมาไม่สดชื่นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความดันโลหิต หัวใจ และระบบหลอดเลือด โดยคนที่กรนดังมาก สะดุ้งเหมือนขาดอากาศ มีช่วงหยุดหายใจ ตื่นมาปวดหัว หรือง่วงมากผิดปกติในตอนกลางวัน ควรใส่ใจและเข้ารับการประเมิน

สิ่งที่หมอเจดอยากให้ทุกคนจำให้ขึ้นใจคือ หากตื่นมาแล้วมีอาการ หน้าเบี้ยว แขนหรือขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ มองเห็นผิดปกติ หรือเดินเซแบบเฉียบพลัน อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเพียงอาการนอนทับแขน และไม่ควรรอดูอาการเอง

สามารถจำหลัก BE FAST ได้ง่ายๆ โดย B คือ Balance เดินเซหรือเสียการทรงตัว, E คือ Eyes มีปัญหาการมองเห็น, F คือ Face หน้าเบี้ยว, A คือ Arm แขนขาอ่อนแรง, S คือ Speech พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ได้ และ T คือ Time ต้องรีบไปโรงพยาบาล

ที่สำคัญ แม้จะไม่รู้ว่าอาการเริ่มขึ้นตอนกี่โมง ก็ยังควรรีบไปโรงพยาบาล เพราะปัจจุบันแพทย์สามารถใช้การตรวจ CT หรือ MRI รวมถึงการตรวจหลอดเลือด เพื่อประเมินว่ายังมีเนื้อสมองส่วนใดที่สามารถช่วยรักษาได้หรือไม่ และผู้ป่วยบางรายที่เป็น Wake-up stroke อาจยังมีทางเลือกในการรักษาเพื่อเปิดหลอดเลือดตามข้อบ่งชี้

ดังนั้น หากตื่นมาแล้วพบความผิดปกติ สิ่งสำคัญคือจำ "ครั้งสุดท้ายที่ยังปกติ" เช่น ก่อนเข้านอนยังพูด เดิน และใช้ชีวิตได้ตามปกติเมื่อเวลาใด พร้อมรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็ว และไม่ควรรับประทานอาหาร น้ำ หรือยาเองหากมีความผิดปกติด้านการกลืน รวมถึงไม่ควรซื้อแอสไพรินมากินเอง เพราะยังไม่ทราบว่าเป็นสโตรกจากหลอดเลือดอุดตันหรือเลือดออกในสมอง

สำหรับการลดความเสี่ยงในระยะยาว หมอเจดแนะนำให้ดูแลความดัน ไขมันและน้ำตาลในเลือด เลิกบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ติดตามภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และหากสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับก็ควรเข้ารับการตรวจ

เพราะสโตรกไม่ได้เลือกว่าจะเกิดตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน และบางครั้งอาการแรกที่เราเห็นอาจเกิดขึ้นทันทีหลังตื่นนอน สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การรอดูว่า "เดี๋ยวคงหาย" แต่คือ รู้สัญญาณและรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด



ตื่นมาแขนชาอย่าคิดว่านอนทับ! หมอเจดเตือน ภัยเงียบตอนหลับ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์