ไตวายเฉียบพลัน…ใครเสี่ยง?

ไตวายเฉียบพลัน…ใครเสี่ยง?

ไตวายเฉียบพลัน

ไตของเราเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกรองของเสีย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษหรือสารเคมีต่าง ๆ ออกจากเลือด แต่หากไตทำงานหนักมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดภาวะไตวายได้ ที่น่ากลัวคือภาวะไตวายเฉียบพลัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ หรือการสูญเสียน้ำและเลือดมากเกินปกติ

ไตวายเฉียบพลัน เกิดจากอะไร ?

ไตวายเฉียบพลันเป็นอาการที่สามารถเกิดได้ในทันที สามารถเกิดในคนที่สุขภาพแข็งแรงมาก่อนระดับนักกล้าม หรือ นักวิ่งมาราธอนได้สบายๆ โดยเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุสำคัญมีดังนี้

1. สูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรุนแรง เช่น ท้องเสียมากผิดปกติจนความดันโลหิตต่ำ หรือ มีภาวะขาดน้ำจากความร้อนซึ่งเรามักจะได้ยินข่าวบ่อยๆในการฝึกทหารเกณฑ์(ปัจจุบันพบน้อยลงมากเพราะการฝึกทหารมีการป้องกันอย่างดี)

2. สูญเสียเลือดมาก เช่น การได้รับอุบัติเหตุเสียเลือดจำนวนมากอย่างรวดเร็ว หรือ เกิดจากการผ่าตัดใหญ่ที่มีการเสียเลือดมากๆ (อย่างการผ่าไส้ติ่งนี่นับว่าเล็กน้อยมาก) เนื่องจากเลือดมีปริมาณไม่เพียงพอสำหรับการส่งไปเลี้ยงไต นอกจากนี้การป่วยเป็นไข้เลือดออกในระยะที่เกิดอาการเลือดออกในร่างกาย ก็สามารถทำให้เป็นไตวายเฉียบพลันได้เช่นกัน

3. ได้รับสารบางชนิดที่เป็นพิษกับไต เช่น ยาแก้ปวดบางชนิด ยาหม้อ หรือ ยาสมุนไพร (โดยเฉพาะยาวิเศษต่างๆที่มักโฆษณาทางออนไลน์ว่ารักษาไตวายได้) การถูกแมลงสัตว์รุมกัดต่อย เช่น ต่อ ผึ้ง แตน เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายได้รับสารที่เป็นพิษกับไต เมื่อสารเหล่านี้เข้าไปสู่ไตแล้วก็อาจจะทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันได้เช่นกัน

4. ติดเชื้อรุนแรงจนช็อก อาการติดเชื้ออย่างรุนแรงนอกจากจะส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกายส่วนอื่น ๆ แล้ว ก็ยังส่งผลต่อไตด้วย เพราะเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียบางชนิดเมื่อเดินทางเข้าไปในไตแล้วก็จะทำให้ระบบไตเกิดการแปรปรวนจนทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันได้ ซึ่งถ้าหากรักษาไม่ทันอาจเป็นอันตรายได้


ไตวายเฉียบพลัน…ใครเสี่ยง?

ไตวายเฉียบพลัน อาการเป็นอย่างไร ?

อาการของไตวายเฉียบพลันที่เห็นได้ชัดคือการทำงานของไตจะลดลงจนทำให้ร่างกายไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดและไตได้ ซึ่งอาการไตวายเฉียบพลันนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะใหญ่ ๆ ดังนี้

1. ระยะก่อนไตวาย (Prerenal Failure)

ในระยะดังกล่าว ร่างกายจะแสดงอาการของภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะลดลงอย่างมาก หรือ แทบไม่มีปัสสาวะ เวียนหัว ความดันเลือดต่ำ อาการในระยะนี้หากทำการรักษาสาเหตุได้อย่างทันท่วงที ไตก็จะกลับมาทำงานได้ตามปกติภายในเวลา 24-72 ชั่วโมง แต่ถ้าหากเข้ารับการรักษาช้าก็จะทำให้อาการเข้าสู่ระยะที่สอง หรือที่เรียกว่าระยะไตวาย

2. ระยะไตวาย (Intrinsic renal failure)

ในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายคนไตวายเรื้อรัง ได้แก่ อาการบวมน้ำ ความดันโลหิตสูง อาจมี ปัสสาวะเป็นเลือด ในระยะนี้ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการฟอกไตเร่งด่วนอาจเสียชีวิตได้

3. ระยะหลังไตวาย (Postrenal failure)

หลังจากเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันแล้ว อาจจะเกิดอาการอุดตันของทางเดินปัสสาวะได้ โดยเฉพาะในกลุ่มชายสูงอายุก็อาจจะพบอาการต่อมลูกหมากโตจากภาวะอุดตันในต่อมลูกหมากได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วในไตที่มาจากการตกผลึกของสารบางชนิดที่ร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญในการรักษาและป้องกันให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันก็คือ การรู้ว่าอาการแบบไหนที่เป็นอาการเริ่มต้นของภาวะไตวาย

เมื่อเรารู้ได้เร็ว เราก็สามารถที่จะแก้ไขสาเหตุและรักษาภาวะไตวายเฉียบพลันได้อย่างทันท่วงที ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ช้าเกินไปสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเบาก็คือ เกิดภาวะไตวายเรื้อรัง ต้องฟอกไตตลอดชีวิต และ ถ้าโชคไม่ดีอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว


Cr บทความบางส่วนจาก Kapook health & Thaiclinic

Cr infographic จาก รพ.ศิริราชปิยมหาการุณย์


เครดิต :
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจโรคร้ายไม่ตายง่ายๆ by หมอท๊อป

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์