ทำงานเกิน55ชั่วโมงต่อสัปดาห์เสี่ยงสูงต่อโรคStroke

ทำงานเกิน55ชั่วโมงต่อสัปดาห์เสี่ยงสูงต่อโรคStroke

ทุกวันนี้เราทำงานกันเฉลี่ยแล้วกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์


หลังจากลองนับนิ้ว คำนวณตัวเลขกันเสร็จแล้ว ก็ลองมาดูตัวเลขจากงานวิจัยกันนะครับว่าจำนวนชั่วโมงการทำงาน/สัปดาห์ของเรานั้น จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเส้นเลือดสมอง หรือ Stroke (ตีบ ตัน แตก ได้หมดทุกโรคครับ) รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจ มากน้อยเพียงใด ?



แน่นอนครับว่า ข้อมูลที่หมอหล่อเก็บมาฝากกันในวันนี้ มาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือในวงการแพทปัจจุบัน นั่นก็คือ วารสาร JAMA Published online ที่เพิ่งลงในเดือน ตุลาคม 2015 นี้เอง ซึ่งได้สรุปผลมาจากวารสารการแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดในวงการแพทย์อย่าง Lancet ที่ตีพิมพ์ผลการวิจัยเรื่องนี้ออกมาในเดือน สิงหาคม 2015 (รวบรวมงานวิจัยชนิด Prospective cohort study จำนวน 25 งานวิจัย โดยมีจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิง ที่ไม่มีประวัติทั้งโรคหัวใจ (CHD) และ โรค Stroke กว่า 528,908 และ 603,838 คน ตามลำดับ ติดตามผลไปเป็นเวลา 8.5 ปี และ 7.2 ปี ตามลำดับ ) #ผลจากการเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัย พบว่า 


 คนที่ทำงานมากกว่า 55 ชั่วโมง/สัปดาห์ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น Stroke มากถึง 33 % ซึ่งสูงมากทีเดียว นอกจากนี้แล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ (Coronary heart disease; CHD) มากถึง 13 % อีกด้วยครับ 


 ส่วนคนที่ทำงาน 49 - 54 ชั่วโมง/สัปดาห์ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็น Stroke อยู่ที่ประมาณ 27 % และ ในขณะเดียวกัน คนที่ทำงาน 41 - 48 ชั่วโมง/สัปดาห์ จะมีความเสี่ยงต่อการเป็น Stroke เพียง 10 % ทั้งนี้ ผลการวิจัยดังกล่าว เป็นการเปรียบเทียบข้อมูลกับคนที่ทำงาน 35 - 40 ชั่วโมง/สัปดาห์นั่นเองครับ (การวิเคราะห์ผล จะตัดปัจจัยเรื่อง เพศ อายุ สถานะทางสุขภาพ และ สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมออกไปด้วยนะครับ ทำให้ผลที่ได้ใกล้เคียงกับผลที่มาจาก จำนวนชั่วโมงทำงานมากที่สุด)



ทำไมคนที่ทำงานเยอะ ๆ ถึงมีความเสี่ยงสูง ? เป็นคำถามที่เชื่อว่าเราหลายคนต้องสงสัยกัน ในวิจัยได้กล่าวว่า เมื่อเราต้องทำงานนาน ๆ โดยเฉพาะเมื่อมากกว่า 55 ชั่วโมง/สัปดาห์ (ถ้าทำงาน 5 วัน/สัปดาห์ ก็ตกวันละ 11 ชั่วโมงเลยทีเดียว) #เราต้องเผชิญหน้ากับความเครียดที่ต่อเนื่องและยาวนานซ้ำ ๆ กัน ซึ่งอาจส่งผลทั้งต่อ ความดันเลือดที่สูงขึ้น ทำให้ไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย ไปพักผ่อนหย่อนใจ คลายเครียด ละเลยอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ของร่างกายไป จนเป็นวงจรชีวิตแบบ Sedentary Lifestyle นั่นเอง พูดไปพูดมา ก็วนมาที่เรื่องของ Stress และ Lifestyle ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Anti-Aging นั่นเองครับ



ได้ฟังแบบนี้แล้ว ก็ทำให้คนที่ต้องทำงานหามรุ่ง หามค่ำ อาจต้องรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ได้เลยนะครับ เอาเป็นว่า สำหรับใครที่จำเป็นต้องทำงานมากกว่า 55 ชั่วโมง/สัปดาห์อยู่ ก็ลองวางแผน หาเวลาให้ตัวเองกันบ้างนะครับ ดูแลใส่ใจสุขภาพของตัวเราเองให้มาก ๆ เพราะสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างได้เองตั้งแต่วันนี้ เพราะว่า บางครั้งเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว โรคภัยเกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าเราจะมีเงินมากมายมหาศาลเพียงใด ก็ไม่อาจที่จะซื้อสุขภาพที่ดีนั้นให้กลับมาได้ แต่หากใครอยากมีสุขภาพดี จากภายในสู่ภายนอกชะลอทั้งโรค ชะลอทั้งวัย ก็อย่าลืมกด Subscribe เอ้ย ! กด Like กด Share กันที่เพจนี้นะครับ ^_^



ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเพจ : หมอหล่อคอเล่า

เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์