รายละเอียด >> เหล่าพยาธิ
เรื่องตัวตืดขึ้นสมองตามข่าว น.ส.พ. ซึ่งผมสงสัยว่าอาจจะไม่ใช่ พยาธิประเภทตัวตืด แต่คงจะเป็นพยาธิชนิดเหมือนหนอนกลมๆ ขดตัว ที่เราเรียกกันว่า ทริคิโนซิส (TRICHINOSIS) มากกว่า
ผมอาจจะวินิจฉัยผิดนะครับ เพราะไม่มีโอกาสได้พบคนไข้ตัวจริง ได้แต่ทราบข่าวจาก “ไทยรัฐ” ของเราเท่านั้น
ถึงว่าจะวินิจฉัยผิดจริง ซึ่งผมต้องกราบขออภัยด้วย แต่เรื่องทริคิโนซิสก็ไม่เสียหลาย คงจะได้ความรู้และคิดหาวิธีป้องกันตัวเอง เพราะทริคิโนซิสนี้ จะไม่มีวันหมดไปจากเมืองไทย ตราบเท่าที่ลาบ ก้อย แหนม หมูส้มปลาส้มยังเป็นที่นิยมของคนไทยอยู่
ได้บอกไว้แล้วนะครับว่าจะขอเขียนต่อ ก็ต้องรักษาสัญญา แต่ว่าพอจะเริ่มเขียนก็มีอาการ กระอักกระอ่วน เพราะนึกถึงตัวตืดขนานแท้ขึ้นมา
ผมเป็นคนจากทางภาคอีสาน เมื่อสมัยเด็กๆ จำได้ว่าที่โคราชเป็นเมืองอุดมสมบูรณ์ ไปด้วยการเลี้ยงหมู ทุกบ้านจะเลี้ยงหมูกันเล้าละ 2-3 ตัว ถ้าอยู่ตามบ้านนอกก็จะเลี้ยงหมู รวมกันหลายบ้านนับเป็นฝูงๆ ก็มี
อาหารหมูก็คือเศษอาหารจากร้านค้าและจากห้องแถวซึ่งเป็นทั้งร้านค้า และที่อยู่อาศัย ฝ่ายที่เลี้ยงหมูเขาจะขอให้กลุ่มห้องแถวเทเศษอาหารและของสกปรกใส่ไหหรือโอ่ง ตอนเย็นๆก็จะเอารถเข็นมาบรรทุกเศษอาหารซึ่งค่อนข้างสกปรกนั้นไปเลี้ยงหมู
ถ้าเป็นตามบ้านนอก พฤติกรรมประจำวันอย่างหนึ่งของชาวบ้านก็คือ “การไปทุ่ง” นั่นก็คือไปถ่ายอุจจาระตามท้องนาหรือชายป่า หมูของชาวบ้านจะรู้ภาษาดีเหลือเกิน เห็นชาวบ้านเริ่มออกเดิน หมูก็จะวิ่งตามเป็นพรวน ไปถ่ายตรงไหน หมูก็จะไปยืนคอย นั่นแหละครับอาหารอันโอชะของหมูล่ะ
พยาธิตัวตืดติดต่อกันทางอุจจาระ แรกเริ่มเดิมที พยาธิจะอยู่ในลักษณะเป็นไข่ เมื่อหมูหรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เช่น ไก่ เป็ด กินอุจจาระ ซึ่งมีไข่ พยาธิอยู่ ไข่นั้นก็จะไปก่อตัว เจริญเติบโตในกล้ามเนื้อของหมูและสัตว์เหล่านั้นกินหมู หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆเข้าไป ไข่นั้นก็จะเจริญเติบโตเป็นพยาธิในลำไส้ แล้วก็กลายเป็นพยาธิซึ่งเจริญเต็มที่
กลุ่มชาวบ้านสมัยก่อนชอบกินของดิบๆกันมาก โดยเฉพาะลาบ ก้อย แหนม หมูส้ม ผมจำได้ว่า ในกลุ่มญาติผู้ชายบางคน ชอบกินหมูส้มสดๆ คือเอาหมูมาสับละเอียด ใส่กระเทียม หนังหมูต้ม บีบมะนาวแล้วก็กินสด ๆกันอย่างนั้น
นั่นเป็นสมัยผมยังเด็กๆ หมายถึงเวลาหลายสิบปีมาแล้ว แต่ถึงขณะนี้ เราก็ยังนิยมกินของดิบๆ กันอยู่ ยิ่งคอเหล้าแล้วยิ่งชอบกินกันมากกว่าเก่าด้วยซ้ำ เด็กๆ ก็ชอบกินด้วย
สมัยนั้นเด็กๆ พุงโรกันเยอะ และพยาธิก็เยอะด้วย ขอประทานโทษนะครับ เวลาเข้าแถว กันก่อนเข้าห้องเรียน จะเห็นเพื่อนๆ พุงโรบางคนมีพยาธิทั้งตัวกลม และพยาธิตัวตืด ไต่ออกมาจากใต้ขากางเกงนักเรียนก็ยังมี
เขียนมาถึงแค่นี้เกิดอาการ “ขนลุก” ขึ้นมาเสียแล้ว สมัยนี้ถ้าออกไปตามที่กันดาร จะเห็นเด็กๆพุงโรแบบเก่ายังมีนะครับ เด็กพุงโรสมัยนี้ไม่ใช่เพราะอดอยาก แต่เพราะ กินของดิบๆ พยาธิตัวตืดอาจจะน้อยลง แต่พยาธิอย่างอื่น เช่น พยาธิปากขอ พยาธิตัวกลม จะมีมากขึ้น เพราะตามบ้านนอกนั้น เรามีอ่างเก็บน้ำ มีสระน้ำ และบึงต่างๆ มากขึ้น มีหอยมีปลาเยอะครับ ชาวบ้านชอบเอามาทำปลาร้า ปลาเจ่า แล้วก็ชอบกินกันดิบๆ เห็นบอกว่ากินสุกๆ ไม่อร่อย
ขอย้อนกลับมาถึงตัวตืด วงจรของตัวตืดนั้นเป็นวงกลมจากสัตว์มาถึงคน และจากคนก็วน ไปหาสัตว์อีก นั่นก็คือ สัตว์มีไข่พยาธิอยู่ในตัว ในกล้ามเนื้อ แล้วคนกินเนื้อสัตว์ดิบๆ ไข่เข้าไปอยู่ในคน ไข่พยาธิกลายเป็นตัวพยาธิเจริญเติบโต แล้วคนก็ ถ่ายทั้งไข่พยาธิและ ตัวพยาธิออกมา สัตว์ก็มากินอุจจาระของคน วนกันอยู่อย่างนี้นั่นแหละครับ
มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับตัวตืดอย่างหนึ่ง คือ ตัวตืดจะเป็นปล้องยาวๆยืดต่อกันไป เท่าที่ได้พบตามสถิติปรากฏยาวถึง 20 ฟุตก็มี
ในจำนวนความยาวทั้งหมดนี้ ตัวตืดแบ่งออก เป็นปล้อง แต่ละปล้องที่หลุดออกมาจากทวารหนัก สามารถไปออกไข่ต่อพืชพันธุ์ออกไปได้ทุกปล้อง โดยเหตุนี้ตัวตืดจึงขยายตัวได้ง่ายมาก
อาการตอนแรกๆ ของการมีตัวตืดในท้องของคนก็คือท้องอืดบ้าง ท้องเดินบ้าง ถ้าหากมีมากๆ และขยายตัวอยู่ในตัวคนเป็นเวลานานๆ จะทำให้ปวดท้องและมีอาการโลหิตจาง
แต่ที่อาการจะกลาย เป็นร้ายแรงขึ้นก็ตรงขณะที่ยังเป็นไข่อยู่ เกิดกระจายไปตามส่วนต่างๆ ภายในร่างกาย เคยพบไข่พยาธิตัวตืดที่ปอด กล้ามเนื้อ แขนขา หรือที่สมองก็มี
เมื่อกระจายไปตามที่ต่างๆ ตามลักษณะธรรมชาติภูมิชีวิตของคน จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น โดยร่างกายสร้างถุง (CYSTS) ขึ้นห่อหุ้มตัวพยาธิไว้
แต่บางครั้งถุงมีมากเกินไป ก็จะทำให้ปวดกล้ามเนื้อ หรือเมื่อขึ้นไปถึงสมองก็จะทำให้ ปวดศีรษะและชักกระตุกได้ ลักษณะแบบนี้ดูเหมือนจะเป็นอาการร้ายแรงที่สุดจากตัวตืด
แต่ไม่ว่าอาการจะเป็นอย่างไร ร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงก็ตามที เราอย่ายอมให้ตัวตืดเข้ามาอยู่ในตัวเราได้ย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุด
แก้ดีที่สุด คือ การป้องกัน ป้องกันได้ง่ายเหลือเกิน ก็คือ อย่ากินของดิบ แต่ว่าพูดว่าง่ายนี่แหละครับ คือยากที่สุด เปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนได้ แต่เปลี่ยนพฤติกรรมการกินเปลี่ยนยากที่สุด
ที่ป้องกันได้ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ สร้างความสะอาดให้กับตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องน้ำสะอาด และส้วมสะอาด
ขอประทานโทษอีกครั้งนะครับ ผมไปเห็นห้องส้วมของโรงเรียนชนบทบางแห่ง พูดสั้นๆ ได้ก็คือว่าน่ากลัวครับ น่ากลัวชนิดเข้าขั้น “ขนลุก” ได้เลย
แต่สำหรับบางคนที่ดูแลความสะอาดของตัวเองอย่างดีแล้ว แต่ยังเคราะห์ร้ายบังเอิญไปแตะ ต้องเข้ากับไข่พยาธิโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวก็เกิดมีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือมีอาการชักเสียแล้ว (พยาธิขึ้นสมอง)
ไม่ต้องกลัวจนเกินไปครับ ถ้าได้ไปหาแพทย์ เป็นประจำ และตรวจพบพยาธิตัวตืดแน่นอนแล้ว มียารักษาครับ เป็นยาประเภท PRAZIQUANTEL (ชื่อประเภทยาไม่ใช่ยี่ห้อยา) ครับ ฆ่าพยาธิได้ผลแน่นอน
0 0 0 0 0