กินเจต้องเน้นโปรตีน-วิตามิน
ปัจจุบันการตื่นตัวเรื่องของสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตามกระแสโลก ส่งผลให้การบริโภคอาหารธรรมชาติ ลดการรับประทานเนื้อสัตว์ ดูจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยม สำหรับช่วงเวลาดีๆ อย่างเทศกาลกินเจ ซึ่งตรงกับวันที่ 15-23 ตุลาคมนี้ นับเป็นโอกาสเหมาะที่ทุกคนจะได้ทำบุญ ชำระจิตใจให้สะอาด ไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิต เป็นเทศกาลที่ผู้ปฏิบัติต่างมีความสุขทั้งกายและใจ รวมถึงการมีสุขภาพที่ดีควบคู่กันไป
อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพจากสหรัฐอเมริกา เผยว่า ตามธรรมเนียมโบราณการกินเจ จะงดบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจากสัตว์ และผักที่มีกลิ่นฉุนบางชนิด การบริโภคโปรตีนจากเห็ดและถั่วชนิดต่างๆ จะช่วยให้กระเพาะอาหารได้พักจากการย่อยเนื้อสัตว์ที่ทำเป็นประจำ นอกจากนี้การบริโภคผักผลไม้ ยังช่วยให้ร่างกายได้รับเกลือแร่และวิตามิน ที่นำไปช่วยเสริมสร้างกระบวนการทำงานต่างๆ ของร่างกายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
"สำหรับชาวเจแล้วต้องใส่ใจ ที่จะรับประทานอาหารโปรตีนจากพืช ให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ อาหารเจจะนิยมใช้ถั่วเหลืองและเห็ดเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีไม่แพ้เนื้อสัตว์ เห็ดมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการครบถ้วน ทั้งยังเป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน แร่ธาตุ รวมทั้งธาตุเหล็ก และซีลีเนียมซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยมีผลการวิจัยจำนวนมากรายงานถึงประสิทธิภาพของเห็ดในทางการแพทย์ ที่ใช้เพื่อเสริมสุขภาพป้องกันและรักษาโรคด้วย แต่ไม่ใช่ว่าเห็ดทุกชนิดจะมีคุณสมบัติในการบำรุงรักษาทั้งหมด มีเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่มีสรรพคุณทางยาและได้รับการยอมรับว่าเป็นเห็ดทางการแพทย์ อาทิ เห็ดยามาบูชิตาเกะ เห็ดไมตาเกะ เห็ดหลินจือ เห็ดชิตาเกะ ถั่งเฉ้า เห็ดแครง เป็นต้น" อ.ศัลยา แจกแจง
หลายคนสงสัยว่า การกินเจจะส่งผลดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่ อ.ศัลยา กล่าวว่า อาหารเจเต็มไปด้วยผักผลไม้และธัญพืช มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ สารพฤกษเคมี และใยอาหาร ฯลฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ขาดสารอาหารบางชนิด ชาวเจควรเลือกรับประทานอาหารเจอย่างถูกวิธี โดยสารอาหารที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ
นอกเหนือจากโปรตีนก็คืออาหารที่มีธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 2 หรือไรโบเฟลวิน วิตามินบี 12 วิตามินดี และสังกะสี เพื่อร่างกายจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ที่สำคัญควรดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะอาหารที่มีกากใยสูงต้องการน้ำในการทำงาน หากดื่มน้ำไม่พออาจทำให้เกิดอาการท้องอืด มีแก๊ส ปวดท้องได้